หลวงพ่อทองอยู่ จนทสาโร (อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม) ศิษย์เอกหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (เสือหลวงพ่อทองอยู่) และ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ (ปลัดขิกหลวงพ่อทองอยู่)
พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร (บุญเรือง) หรือ หลวงพ่อทองอยู่ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก ผู้ที่ได้รับการยอมรับในด้านความรู้ความสามารถทางวิปัสสนากรรมฐาน วิชาอาคม และการสร้างวัตถุมงคลโดยเฉพาะวัตถุมงคลเครื่องรางเสือหลวงพ่อทองอยู่ ซึ่งเป็นที่นิยมบูชากันอย่างแพร่หลายเพื่อเสริมสิริมงคลและป้องกันภัย
ประวัติพระอธิการทองอยู่ จนทสาโร และความเป็นมาของวัดบางเสร่คงคาราม
หลวงพ่อทองอยู่ นามสกุล บุญเรือง เกิดที่บ้านบางเสร่ บิดาชื่อ ผึ้ง มารดาชื่อ ฮุ่น เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2430 ปีชวด วันอังคารขึ้น 14 ค่ำ เดือน 1 มีพี่น้องรวม 8 คน
ในสมัยเด็กครอบครัวของท่านได้อพยพไปทำมาหากิน ที่ ตำบลบางเหี้ย คลองด่าน เมื่ออายุครบอุปสมบท ปี พ.ศ.2450 ท่านได้อุปสมบท ณ.วัดโคธาวารี (วัดบางเหี้ย) คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพระครูพิพัฒน์นิโรจกิจ (หลวงพ่อปาน) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและการศึกษาด้านคาถา อาคมต่างๆจากหลวงพ่อปาน ตลอดระยะเวลา 8 พรรษา ท่านออกเดินธุดงค์ไปกับหลวงพ่อปานตลอดเวลา เมื่อหลวงพ่อปานมรณภาพลงและเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อปานแล้ว ท่านได้ลาสิกขาบทตามโยมบิดาของท่านมาที่บางเสร่ ช่วยประกอบอาชีพต่างๆช่วยเหลือโยมบิดาตามความสามารถและมีครอบครัว ใช้ชีวิตของการเป็นฆราวาสเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปี จนในปี พ..ศ2463 ภรรยาของท่านได้คลอดบุตรคนที่ 3 ภรรยาตายแต่บุตรปลอดภัย ท่านเกิดความสังเวชสลดใจ ยกบุตรให้คนอื่นเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมทั้งหมด เมื่อทำศพของภรรยาเรียบร้อยแล้วในปี พ.ศ.2463 ท่านได้เข้ามาอุปสมบทอีกครั้งหนึ่ง ณ.วัดบางเสร่คงคาราม โดยมีท่าน พระครูวรเวทมุณี (หลวงพ่ออี๋) วัดสัตหีบเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า จนทสาโร
พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร เป็นพระสงฆ์ที่ได้รับความเคารพนับถือในชุมชนวัดบางเสร่คงคาราม จังหวัดชลบุรี เป็นพระที่มีจิตใจเมตตา ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด การศึกษาธรรมะและการปฏิบัติเป็นพิเศษของท่าน ได้สร้างชื่อเสียงในด้านจริยธรรมและความสามารถในการสื่อสารธรรมะกับชุมชน ความเป็นผู้นำในด้านศาสนาของพระอธิการทองอยู่ ยังได้ผลักดันให้วัดบางเสร่คงคารามกลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนาและชุมชนในพื้นที่

การศึกษาศาสตร์อาคมและออกธุดงค์
หลังจากอุปสมบทแล้ว พระอธิการทองอยู่ ได้ศึกษาวิชาการทำวัตถุมงคล วิชาอาคม คาถา และวิปัสสนากรรมฐาน จากเกจิอาจารย์หลายรูปในยุคนั้น ซึ่งรวมถึง
-
- หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ได้ศึกษาการสร้างวัตถุมงคลและการสร้างเครื่องรางของขลังตำรับโบราณจากหลวงพ่อปาน จนเป็นเสือหลวงพ่อทองอยู่ ที่สืบสานกรรมวิธีมาจาก หลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา ได้อย่างครบเครื่อง
-
- หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ได้ศึกษาการสมถะวิปัสสนากรรมฐาน และการสร้างปลัดขิก จากหลวงพ่ออี๋
-
- หลวงพ่อนิต วัดท่ากง จังหวัดตราด… ได้ศึกษาการทำผ้ายันต์ และตระกรุด เมื่อครั้งที่ท่านเดินธุดงค์
-
- หลวงพ่อโต: วัดเขาชากกระโดน จังหวัดระยอง ได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆจากหลวงพ่อโต เมื่อครั้งที่ท่านเดินธุดงค์
-
- หลวงพ่อดวง และ หลวงพ่อพุ่ม (เกาะสมุย) วิชาอาคมและเวทย์มนต์เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ท่านยังออกเดินธุดงค์ในหลายภาคของประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ไปยาวนานหลายสิบปี จนสามารถสร้างชื่อเสียงในด้านความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณและความสามารถด้านวิชาอาคม เครื่องรางเสือหลวงพ่อทองอยู่ และ ปลัดขิก ของหลวงพ่อทองอยู่ ของท่านนั้นหาได้ยากและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
เครื่องรางเสือ หลวงพ่อทองอยู่
หนึ่งในสิ่งที่พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร มีชื่อเสียงมากคือ การสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางเสือ ซึ่งเป็นเครื่องรางที่คนไทยนิยมบูชาเพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่ง ทรัพย์สมบัติ ป้องกันภัยอันตราย และเสริมความกล้าหาญในชีวิต
ความหมายเครื่องรางเสือ หลวงพ่อทองอยู่
เครื่องรางเสือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและพลังอำนาจตามความเชื่อของคนไทย เชื่อกันว่าสามารถป้องกันภัยร้าย คุ้มครองจากอุบัติเหตุ โจรกรรม และสิ่งไม่ดีต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความกล้าหาญ ซึ่งเป็นความต้องการของผู้คนในทุกช่วงวัย
คุณสมบัติพิเศษของเครื่องรางเสือที่ปลุกเสกโดย หลวงพ่อทองอยู่
พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการปลุกเสกเครื่องรางเสืออย่างละเอียดพิถีพิถัน เน้นความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ ปฏิบัติภาวนาและการสวดมนต์เพื่อให้เครื่องรางมีพลังศักดิ์สิทธิ์สูงสุด มีความเชื่อกันว่าผู้ที่บูชาเครื่องรางเสือของท่านจะได้รับความกล้าหาญ คุ้มครองอันตราย ปกป้องทรัพย์สิน และเสริมความมั่งคั่งในชีวิต
ความสำคัญของการบูชาเครื่องรางเสือ หลวงพ่อทองอยู่ คำแนะนำในการบูชา
การบูชาเครื่องรางเสือ ควรปฏิบัติด้วยความเชื่อและศรัทธา อธิฐานให้เกิดความเมตตาและความสำเร็จในชีวิต การบูชาอาจทำได้โดยการพกติดตัวตลอดเวลา ลงทุนในความดีและความตั้งใจในชีวิตจะช่วยเสริมสร้างพลังจากเครื่องรางให้เต็มที่ ควรทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องรางอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ เพื่อให้พลังของวัตถุมงคลเป็นไปอย่างเต็มที่และเกิดผลในทางบวก

ช่วงท้ายของชีวิต หลวงพ่อทองอยู่
เมื่อครั้งที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคารามนั้น ท่านตั้งอยู่ในเมตตาธรรม ชอบความมักน้อยและสันโดษ ทุกสิ่งที่ท่านได้รับจากการถวายของญาติโยมที่ศรัทธา ท่านได้นำไปสร้างถาวรวัตถุจนหมดสิ้นเป็นที่เคารพของชาวบ้านและชื่อเสียงของท่านร่ำลือไปจนทั่ว ท่านนั้นชอบสมถ วิปัสสนา กรรมฐาน และมีความแก่กล้ามากองค์หนึ่งแต่ท่านนั้นจะไม่โอ้อวด โดยท่านมักไปนั่งทำสมาธิอยู่เสมอที่คอเขาปากทางเข้าบางเสร่และเป็นที่ เกิดของวัดสามัคคีบรรพตขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2491 ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ครั้นทางวัดสามัคคีบรรพต สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วและมีเจ้าอาวาสปกครองเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ได้เริ่มสร้างอุโบสถของวัดบางเสร่คงคาราม ต่อในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2514 ในวันจันทร์ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน ยังไม่ทันแล้วเสร็จได้แค่งานมุงหลังคาโบสถ์ของวัดบางเสร่คงคารามเท่านั้น หลวงพ่อทองอยู่ก็มรณภาพด้วยโรคชรา
หลวงพ่อทองอยู่มรณภาพเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2516 เวลา 15.20 น. วันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 3 ปีชวด
ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ฯ สัตหีบ รวมอายุของหลวงพ่อทองอยู่ได้ 85 ปี พรรษาที่ 52 โดยศพของหลวงพ่อทองอยู่ปัจจุบันได้ตั้งศพของท่านเพื่อไว้ให้ประชาชนและศิษยานุศิษย์ของท่านซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศได้เข้ามาเคารพบูชาอยู่บนวิหารจนถึงปัจจุบัน นี้
ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม
1. หลวงพ่อภู ภูจ้อย
2. พระอธิการแฝง โฆสโก (คงซ่าน)
3. พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร (บุญเรือง)
4. พระครูทัศนียคุณากร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน 5. พระครูวิธานธรรมานุยุต
พระอธิการทองอยู่ จนทสาโร (อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม) เป็นบุคคลสำคัญในวงการพระสงฆ์และชุมชนชลบุรี โดยนอกจากจะเป็นพระสงฆ์ที่มีจริยธรรมดีแล้ว พระอธิการทองอยู่ยังเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความเชื่อในวัตถุมงคลและเครื่องรางเสือ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมบูชาเพื่อเสริมสิริมงคลและป้องกันภัยต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
ลำดับเหตุการณ์สำคัญและผลงานของพระอธิการทองอยู่
-
- พระอุปสมบทครั้งที่ 1 ณ วัดโคธาวารี 2450
-
- ศึกษาและปฏิบัติธรรม กับหลวงพ่อปาน เป็นเวลากว่า 8 ปี
-
- ลาสิกขาบทและใช้ชีวิตฆราวาส หนึ่งระยะเวลาที่บ้านเกิด
-
- อุปสมบทครั้งที่ 2 ณ วัดบางเสร่ คงคาราม ปี พ.ศ.2463
-
- ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส วัดบางเสร่
-
- มรณะภาพ ในปี พ.ศ.2513
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เทศบาลตำบลบางเสร่