เสือหลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี : เจ้าตำรับเขี้ยวเสืออันดับหนึ่งแห่งสยาม
หากเอ่ยถึงเครื่องรางประเภท “เสือ” คนส่วนใหญ่มักนึกถึง เสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย แต่รู้หรือไม่ว่าปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาและเป็นต้นตำรับที่แท้จริงคือ หลวงพ่อแตง ธมฺมโชโต แห่งวัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี ท่านคือพระเกจิผู้สร้างตำนาน เสือหลวงพ่อแตง ที่ทรงพุทธคุณด้านมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี และเป็นที่ต้องการของนักสะสมมาทุกยุคทุกสมัย
ประวัติพ่อแตง และ เสือหลวงพ่อแตง ตักศิลาแห่งภาคตะวันออก
หลวงพ่อแตง เดิมชื่อแตง รอดอินทร์ เกิดที่อำเภออ่างศิลา จังหวัดชลบุรี อุปสมบทที่ วัดอ่างศิลา ศึกษาหลักธรรมทางพุทธศาสนาและวิชาอาคมกับพระอุปัชฌาย์จันทร์ พระเกจิชื่อดังในสมัยนั้น หลวงพ่อแตง รอดอินทร์ (ธมฺมโชโต) ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2342 (ตรงกับช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ณ ตำบลอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ของนายบุญและนางมี ในวัยเยาว์ ท่านปรากฏความเฉลียวฉลาดเป็นที่ประจักษ์ ศึกษาคัมภีร์มูลกัจจายนะและอักษรขอมจนสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและขอมอย่างคล่องแคล่ว เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2362 ท่านได้อุปสมบท ณ วัดอ่างศิลา ได้รับฉายาว่า ธมฺมโชโต และได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉานชำนาญ ทั้งยังเพียรศึกษาคัมภีร์ทำผงวิเศษทั้ง ๕ (เช่น ผงอิทธิเจ, ผงปถมัง) ท่านยังศึกษาคัมภีร์อักขระยันต์ 108, พระเวทย์วิทยาคมสายตะวันออก, โหราศาสตร์ และตำรายารักษาโรคโบราณ ตักศิลาแห่งภาคตะวันออก วัดอ่างศิลา ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตักศิลาแห่งภาคตะวันออก”

หลวงพ่อแตงถือเป็น “ปรมาจารย์เจ้าตำรับ” การสร้างและปลุกเสกเขี้ยวเสือแกะอันศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของภาคตะวันออก นับเป็นวิทยาคมที่ได้สืบทอดและถ่ายทอดต่อไปยัง หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน จนเป็นที่โด่งดังเป็นตำนานสืบมา เครื่องรางของขลังอันเป็นที่ประจักษ์ ที่หลวงพ่อแตงได้รังสรรค์ไว้ ได้แก่ เขี้ยวเสือแกะมีรูปแบบคล้ายกับหลวงพ่อปาน แต่มีศิลปะการแกะที่เรียบง่ายและดูเก่าคร่ำกว่า ทั้งยังมีรอยจารอักขระขอมโบราณปรากฏให้เห็น เสือเนื้อตะกั่วปรอท (เป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์ชาวบางปลาสร้อย) ปลัดขิก, สีผึ้ง, ผงพุทธคุณ (ผงวิเศษที่ใช้บรรจุใต้ฐานเสือและวัตถุมงคลอื่น ๆ หลายตัว) ตะกรุด, หมากทุย, ผ้ายันต์, และเชือกมงคล วัตถุมงคลของท่านล้วนแล้วแต่เป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่คนพื้นถิ่นทั่วท้องทะเลชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีพุทธานุภาพเด่นด้านคงกระพันชาตรีและอำนาจบารมี
เครื่องรางของขลังที่ หลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา ได้สร้างไว้จะเป็นเขี้ยวแกะเสือรูปแบบคล้ายกับหลวงพ่อปาน แต่เขี้ยวแกะเสือของหลวงพ่อแตงจะมีความเก่าคร่ำมากกว่า ศิลป์ก็หลากหลายมากกว่า และ เสือเนื้อตะกั่วปรอท ปลัดขิก สีผึ้ง ผงพุทธคุณที่อุดใต้ฐานเสือหลายๆตัวนั้นท่านก็ได้สร้างไว้เหมือนกัน
หลวงพ่อแตง เดิมชื่อแตง รอดอินทร์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2401 ที่อำเภออ่างศิลา จังหวัดชลบุรี อุปสมบทที่ วัดอ่างศิลา ศึกษาหลักธรรมทางพุทธศาสนาและวิชาอาคมกับพระอุปัชฌาย์จันทร์ พระเกจิชื่อดังในสมัยนั้น ท่านยังได้สอนวิชาการสร้างพระเครื่องเสือให้กับหลวงพ่อปาน วัดบางเหีย (วัดมงคลโคธาวาส) หลวงพ่อแตง แห่งวัดอ่างศิลา อาจารย์ผู้เป็นตำนานผู้สร้างเขี้ยวเสือในตำนานของไทย ท่านได้สอนวิชาหลากหลายแขนงให้กับผู้คนในหลากหลายชนชั้น ตั้งแต่ชาวบ้าน ข้าราชการ พระสงฆ์ รวมถึง ขุนนาง น้อยใหญ่ ต่างดั้นด้นมาศึกษาหาความรู้กับท่าน จึงได้ขนานนาม วัดอ่างศิลา เป็น ตักศิลาแห่งภาคตะวันออก โดยมี หลวงพ่อแตง เป็นทั้งเจ้าสำนักและเจ้าอาวาส
ศิษยานุศิษย์ผู้มีชื่อเสียงและเรืองวิทยาคมในสมัยต่อมา มีดังต่อไปนี้ :
หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (วัดบางเหี้ย) – ศิษย์เอกผู้สืบทอดวิชาเขี้ยวเสือแกะ
หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก
ฆราวาสผู้เรืองวิชา เช่น ตาโต เพ่งวิจารย์
ฆราวาสผู้เรืองวิชา เช่น ตาบุญ หนังช้าง
ฆราวาสผู้เรืองวิชา เช่น ตากัน โจรสลัด (จอมขมังเวทย์แห่งภูเขาแหลมปู่เจ้า)
เมื่อเกือบๆสามสิบปีที่แล้ว เคยได้เสือเป็นตัวแรกจากท่านผู้เฒ่าชาวเมืองบางปลาสร้อย หรือเมืองชลบุรี ท่านว่าเป็นเสือเนื้อปรอท ของหลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา ชลบุรี เจ้าตำหรับปรมาจารย์เขี้ยวเสือแกะที่แท้จริง ท่านเป็นพระอาจารย์ใหญ่ของ หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ตากัน ฆราวาสผู้เรืองวิชา ที่แม้แต่กรมหลวงชุมพรยังต้องขอเจรจาหย่าศึก และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายตะวันออก อีกมากมายหลายองค์ ล้วนสืบสายวิชามาจาก หลวงพ่อแตง วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี สำนักตักศิลาของภาคตะวันออก
หลวงพ่อแตง แห่ง วัดอ่างศิลา ท่านได้สอนวิชาหลากหลายแขนงให้กับผู้คนในหลากหลายชนชั้น ตั้งแต่ชาวบ้าน ข้าราชการ พระสงฆ์ รวมถึง ขุนนาง น้อยใหญ่ ต่างดั้นด้นมาศึกษาหาความรู้กับท่าน ผู้คนจึงได้ขนานนาม วัดอ่างศิลา เป็น ตักศิลาแห่งภาคตะวันออก โดยมีหลวงพ่อแตงเป็นทั้งเจ้าสำนักและเจ้าอาวาส
หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (วัดบางเหี้ย) ได้ดั้นด้นมาฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแตงที่วัดอ่างศิลาเป็นเวลานานหลายปี จึงได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมการสร้างและปลุกเสกเขี้ยวเสือจนสำเร็จเชี่ยวชาญ เป็นรากฐานสำคัญของการรังสรรค์เครื่องรางเสือแกะสลักอันเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อปานในกาลต่อมา มีเรื่องเล่า เชิงทดสอบวิทยาคม จากหลวงพ่อแตงว่า ท่านจะให้ศิษย์ปลุกเสกเสือในบาตร โดยเอาไม้พาดไว้ หากใครเสกจนเสือออกมาจากบาตรและหายเข้าป่าไปได้ และสามารถเรียกกลับมาได้ ก็จะให้เรียนต่อจนสำเร็จ ซึ่งหลวงพ่อปานเป็นเพียงผู้เดียวที่ทำสำเร็จในคราวนั้น บั้นปลายชีวิต หลวงพ่อแตง ธมฺมโชโต มรณภาพด้วยโรคชรา ในปี พ.ศ. 2435 สิริรวมอายุ 93 ปี 73 พรรษา เป็นการปิดฉากตำนานของพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคตะวันออก
พุทธคุณอันเลื่องลือและศิลปะของ เสือพ่อแตง
พุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เสือพ่อแตง
ได้รับการยอมรับว่ามีพุทธคุณเข้มขลังครอบจักรวาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน :
มหาอำนาจ ตบะเดชะ: เหมาะสำหรับเจ้าคนนายคน ผู้บริหาร หรือผู้ที่ต้องการเสริมบารมีให้คนเกรงขามและเชื่อฟัง
คงกระพันชาตรี: ป้องกันศาสตราวุธและภยันตรายต่างๆ แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
ขับไล่สิ่งอัปมงคล: ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และภูตผีปีศาจไม่ให้เข้าใกล้ตัว
เมตตามหานิยม: แม้จะเป็นเครื่องรางสายมหาอำนาจ แต่ก็แฝงด้วยเมตตา ทำให้เข้าหาผู้ใหญ่ได้โดยง่าย การเจรจาค้าขายสำเร็จลุล่วง
เอกลักษณ์และศิลปะการแกะ เสือพ่อแตง
เสือหลวงพ่อแตง ส่วนใหญ่แกะจากเขี้ยวสัตว์มงคล เช่น เขี้ยวเสือ เขี้ยวหมี เขี้ยวหมูป่า งาช้าง กระดูก และ บางส่วนแกะจากไม้มงคล ศิลปะการแกะจะมีความเรียบง่ายแบบโบราณ ไม่ซับซ้อน แต่ดูมีชีวิตชีวาและแฝงไว้ด้วยความเข้มขลัง จุดพิจารณาที่สำคัญคือ “ความเก่าของวัสดุ” ที่มีความแห้ง ฉ่ำ ตามธรรมชาติ และ “ศิลป์ของช่าง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
คาถาบูชา เสือหลวงพ่อแตง
สำหรับผู้ที่ครอบครองเสือหลวงพ่อแตง หรือเครื่องรางประเภทเสือโดยทั่วไป สามารถใช้คาถาหัวใจเสือบทนี้ในการอาราธนาบูชาเพื่อเสริมพุทธคุณได้
ตั้งนะโม 3 จบ แล้วภาวนาคาถา :
“พยัคโฆ พยัคฆา สุญญา ลัพพะติ อิ ติ หิ หัม หึม”
(สวด 3, 7, หรือ 9 จบ)
จากนั้นให้อธิษฐานขอพรในสิ่งที่ปรารถนา จะช่วยเสริมบารมี อำนาจ และปกป้องคุ้มครองให้ดียิ่งขึ้น

